
คณะการแพทย์บูรณาการ มทร.ธัญบุรี ร่วมกับ บริษัท KWHB จำกัด แสดงนิทรรศการเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์จากสารสกัดสมุนไพร ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23
02/07/2026ผลสุกของมะแว้งเครือกับศักยภาพใหม่ของสารธรรมชาติเพื่อการชะลอวัย

การดูแลสุขภาพผิวและการชะลอวัยในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการค้นหาสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติที่มีความปลอดภัย มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสามารถพัฒนาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เวชสำอางหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างมีคุณค่า งานวิจัยเรื่อง “Phytochemical Composition, Antioxidant, Enzyme Inhibitory Activities, and Cytotoxic Properties of Ripe and Unripe Solanum trilobatum Fruit Extracts for Anti-aging Applications” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำพืชธรรมชาติมาศึกษาเชิงลึก เพื่อค้นหาศักยภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระและการชะลอความเสื่อมของผิว
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาเปรียบเทียบสารสกัดเอทานอลจากผล Solanum trilobatum ทั้งระยะผลดิบและผลสุก โดยประเมินองค์ประกอบทางพฤกษเคมี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของผิว และความปลอดภัยต่อเซลล์ผิวหนังมนุษย์ ผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค GC-MS พบว่า สารสกัดจากผลสุกมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ n-hexadecanoic acid, glycerol 1-monopalmitate และ butylated hydroxytoluene ขณะที่สารสกัดจากผลดิบพบสารเด่น เช่น oleic acid, linoleic acid ethyl ester และ glycerol tricaprylate ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ระยะความสุกของผลมีผลต่อองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดอย่างชัดเจน
เมื่อประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพ พบว่าสารสกัดจากผลสุกมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมสูงกว่า และแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารสกัดจากผลดิบในหลายวิธีการทดสอบ ได้แก่ DPPH, ABTS และ FRAP ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินความสามารถของสารธรรมชาติในการลดภาวะเครียดออกซิเดชัน อันเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์และการเกิดริ้วรอยของผิว
นอกจากนี้ สารสกัดจากผลสุกยังแสดงความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ collagenase, elastase และ hyaluronidase ได้ดีกว่าสารสกัดจากผลดิบ เอนไซม์เหล่านี้มีบทบาทในการสลายโครงสร้างสำคัญของผิว เช่น คอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งเกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความกระชับของผิว ผลการศึกษาดังกล่าวจึงชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดจากผลสุกในการนำไปต่อยอดเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวและชะลอวัย
ด้านความปลอดภัย งานวิจัยได้ทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ human foreskin fibroblast หรือ HFF-1 ซึ่งเป็นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวหนัง ผลการทดสอบพบว่า สารสกัดทั้งจากผลดิบและผลสุกไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ในระดับความเข้มข้นไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ความเข้มข้นสูงขึ้น พบแนวโน้มความเป็นพิษต่อเซลล์แบบขึ้นกับขนาดความเข้มข้น ข้อมูลนี้จึงมีความสำคัญต่อการกำหนดระดับการใช้ที่เหมาะสมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
โดยสรุป งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า สารสกัดเอทานอลจากผลสุกของ Solanum trilobatum มีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านการต้านอนุมูลอิสระ การยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของผิว และความปลอดภัยต่อเซลล์ในระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม จึงถือเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อการชะลอวัยในอนาคต สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการวิจัยของคณะการแพทย์บูรณาการที่มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านพืชสมุนไพร วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีหลักฐานรองรับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มนสิชา ขวัญเอกพันธุ์






