
หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น วิทยาศาสตร์ความงาม Integrative True Aesthetic Science หลักสูตรความร่วมมือระหว่าง คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
21/09/2026นักวิจัย คณะการแพทย์บูรณาการ เผยศักยภาพ Ocimum gratissimum L. สู่สารออกฤทธิ์เพื่อการชะลอวัยและผิวกระจ่างใส

รองศาสตราจารย์ ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์
คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

รองศาสตราจารย์ ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศึกษาศักยภาพของสารสกัดจากใบ Ocimum gratissimum L. หรือ Clove basil ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีรายงานฤทธิ์ทางชีวภาพหลากหลาย เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติสำหรับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเวชสำอางด้านการชะลอวัยและการดูแลผิว งานวิจัยนี้มุ่งศึกษามากกว่าการประเมินสารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป โดยลงลึกถึงกลไกระดับเซลล์และการแสดงออกของยีนที่สัมพันธ์กับกระบวนการชราของเซลล์ผิว เพื่อสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับการต่อยอดสมุนไพรสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง ในการศึกษาได้เปรียบเทียบสารสกัดจากใบ O. gratissimum ด้วย 2 วิธี ได้แก่ การต้มสกัดด้วยน้ำ หรือ OGL-B และการหมักด้วยเอทานอล หรือ OGL-M พร้อมวิเคราะห์องค์ประกอบทางพฤกษเคมี เช่น สารฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และสารสำคัญ ได้แก่ rutin, catechin และ quercetin ด้วยเทคนิค HPLC ก่อนนำไปประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพในหลายระบบการทดลอง ผลการศึกษาพบว่า OGL-B ซึ่งเป็นสารสกัดด้วยน้ำให้ผลผลิตสูงถึง 14.70% และมีศักยภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นในหลายระบบทดสอบ ขณะที่ OGL-M มีปริมาณสารฟีนอลิกสูงกว่าและแสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ในระบบที่ไม่ใช้เซลล์ได้ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อศึกษาฤทธิ์ในระดับเซลล์สร้างเม็ดสี B16F10 กลับพบว่า OGL-B มีประสิทธิภาพในการลดกระบวนการสร้างเม็ดสีได้ดีกว่า สะท้อนให้เห็นว่าประสิทธิภาพของสารสกัดสมุนไพรไม่สามารถพิจารณาจากปริมาณสารสำคัญหรือการทดสอบเพียงระบบเดียว แต่ต้องประเมินร่วมกันในระดับเซลล์และกลไกทางชีวภาพ อีกหนึ่งผลการศึกษาที่โดดเด่นคือศักยภาพด้าน การฟื้นฟูและชะลอวัยของผิวหนัง โดย OGL-B สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากกว่า L-ascorbic acid หรือวิตามินซีมากกว่า 2 เท่า พร้อมทั้งส่งเสริมการแสดงออกของยีนสำคัญที่สัมพันธ์กับกระบวนการชะลอวัยและความยืนยาวของเซลล์ ได้แก่ SIRT1, FOXO1, TERT และ KLOTHO ในการศึกษาระดับยีนพบการเพิ่มขึ้นของการแสดงออกของ mRNA สูงถึง 271.25 ± 0.21% และให้ผลสูงกว่าสารอ้างอิง resveratrol ในระบบการทดลองที่ศึกษา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดในการเข้าไปมีบทบาทต่อกลไกระดับโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการชะลอวัยของเซลล์ผิว นอกจากนี้ OGL-B ยังแสดงความเข้ากันได้กับเซลล์ผิวหนังได้ดี โดยที่ความเข้มข้น 1 mg/mL พบความมีชีวิตของเซลล์ fibroblast สูงถึง 121.53 ± 3.85% ซึ่งสนับสนุนศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเป็นสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูผิว ผลงานวิจัยของ รศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ จึงแสดงให้เห็นว่า กระบวนการสกัดด้วยน้ำซึ่งเป็นวิธีที่เรียบง่าย สามารถดึงศักยภาพของ Ocimum gratissimum ออกมาได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ การต้านอนุมูลอิสระ การลดการสร้างเม็ดสี การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไปจนถึงการควบคุมกลไกระดับยีนที่สัมพันธ์กับความชราของเซลล์ องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการนำ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรสมุนไพร พร้อมเปิดโอกาสในการพัฒนา Ocimum gratissimum สู่สารออกฤทธิ์มูลค่าสูงสำหรับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อการชะลอวัย บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์






