
นักจัยคณะการแพทย์บูรณาการพัฒนาไมโครอิมัลชันเสถียรจากสารสกัดเหงือกปลาหมอ เพื่อประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ Hair Tonic
30/06/2026{"ARInfo":{"IsUseAR":false},"Version":"1.0.0","MakeupInfo":{"IsUseMakeup":false},"FaceliftInfo":{"IsChangeEyeLift":false,"IsChangeFacelift":false,"IsChangePostureLift":false,"IsChangeNose":false,"IsChangeFaceChin":false,"IsChangeMouth":false,"IsChangeThinFace":false},"BeautyInfo":{"SwitchMedicatedAcne":false,"IsAIBeauty":false,"IsBrightEyes":false,"IsSharpen":false,"IsOldBeauty":false,"IsReduceBlackEyes":false},"HandlerInfo":{"AppName":2},"FilterInfo":{"IsUseFilter":false}}
นักวิจัยคณะการแพทย์บูรณาการ ศึกษา “ยาตรีผลธาตุ” พบศักยภาพลดไข้และระงับปวด พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาไทยด้วยหลักฐานวิทยาศาสตร์

คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ผ่านการสร้างองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยและการแพทย์บูรณาการ โดย นางสาวฑิติพร แซ่เจีย นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ได้ดำเนินงานวิจัยเรื่อง “Antipyretic and Antinociceptive Activities of Tri-Phol-That Extract and Its Flavonoids: In Vivo and In Silico Evidence” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชระ ดำจุติ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยที่นำภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมาพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาตำรับยาไทยดั้งเดิม “ยาตรีผลธาตุ” ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพร 3 ชนิดในสัดส่วนเท่ากัน ได้แก่ กระทือ ตะไคร้หอม และไพล โดยตำรับดังกล่าวมีการใช้ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเพื่อบรรเทาอาการไข้ ปวดเมื่อย และอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะไม่สมดุลของธาตุในร่างกาย การศึกษาครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ดั้งเดิมกับกระบวนการวิจัยทางเภสัชวิทยา ทั้งการทดลองในสัตว์ทดลอง การวิเคราะห์สารสำคัญด้วยเทคนิค HPLC และการจำลองการจับกับโปรตีนเป้าหมายระดับโมเลกุล
ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดยาตรีผลธาตุสามารถ ลดอุณหภูมิร่างกายในภาวะไข้ได้แบบขึ้นกับขนาดยา โดยขนาด 100–200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมให้ผลเด่นชัด นอกจากนี้ยังพบฤทธิ์ระงับปวดส่วนปลายที่ชัดเจน โดยสารสกัดขนาด 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมสามารถยับยั้งการบิดเกร็งจากความเจ็บปวดได้ 84.64% ซึ่งใกล้เคียงกับยามาตรฐาน tolfenamic acid ที่ยับยั้งได้ 87.66%
ในด้านสารสำคัญ งานวิจัยพบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ได้แก่ rutin, kaempferol และ quercetin โดย rutin เป็นสารที่พบมากที่สุดในสารสกัด สารกลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดไข้ และระงับปวด ขณะที่ผลการจำลองเชิงโมเลกุลชี้ให้เห็นว่าสารสำคัญในตำรับอาจออกฤทธิ์ผ่านเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ ได้แก่ COX-1, COX-2 และ mPGES-1 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการสร้างพรอสตาแกลนดิน
ผลงานวิจัยนี้สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษาบัณฑิตศึกษาในการพัฒนางานวิจัยสมุนไพรไทย ภายใต้การให้คำปรึกษาทางวิชาการของ ผศ.ดร.วัชระ ดำจุติ เพื่อยกระดับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสู่หลักฐานเชิงประจักษ์ สนับสนุนการใช้ตำรับยาไทยอย่างมีเหตุผล และวางรากฐานสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และสอดคล้องกับแนวทางการแพทย์บูรณาการในอนาคต







