
คณะการแพทย์บูรณาการ จัดพิธีมอบเสื้อกาวน์แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2569
30/06/2026นักวิจัยคณะการแพทย์บูรณาการพัฒนาไมโครอิมัลชันเสถียรจากสารสกัดเหงือกปลาหมอเพื่อประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ Hair Tonic
นักวิจัย คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เดินหน้าส่งเสริมงานวิจัยด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและเครื่องสำอางจากพืชสมุนไพรไทย ผ่านการศึกษาวิจัยเรื่อง “Design of A Stable Microemulsion with Phenolic Compounds from Acanthus ebracteatus for Hair Tonic Applications” ซึ่งมุ่งพัฒนาระบบนำส่งสารสำคัญจากสารสกัด เหงือกปลาหมอ (Acanthus ebracteatus Vahl.) ในรูปแบบไมโครอิมัลชัน เพื่อประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hair Tonic ที่มีบทบาทในการดูแลหนังศีรษะ ลดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาวะผมร่วง และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญของเส้นผม งานวิจัยนี้จึงเลือกศึกษาสารสกัดเหงือกปลาหมอ ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีสารประกอบฟีนอลิกเป็นองค์ประกอบสำคัญ และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นวัตถุดิบเชิงหน้าที่สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอาง
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพของสารสกัดเหงือกปลาหมอในการส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของเซลล์รากผมชนิด human hair follicle dermal papilla cells หรือ HDPCs ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเส้นผม พร้อมทั้งพัฒนาตำรับไมโครอิมัลชันที่มีความคงตัวสูง สามารถนำสารสำคัญจากสารสกัดไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ Hair Tonic ได้อย่างเหมาะสม ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดเหงือกปลาหมอมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมสูง โดยมีค่าเท่ากับ 220.71 ± 9.28 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อกรัมสารสกัด สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพืชสมุนไพรชนิดนี้ในฐานะแหล่งสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากธรรมชาติ เมื่อนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์ HDPCs พบว่าสารสกัดมีความปลอดภัยต่อเซลล์ในช่วงความเข้มข้น 3.125–200 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และสามารถส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของเซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญหลังการบ่มเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ผลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าสารสกัดเหงือกปลาหมอมีศักยภาพในการนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพหนังศีรษะและสนับสนุนการเจริญของเส้นผม
นอกจากนี้ ทีมวิจัยได้พัฒนาระบบไมโครอิมัลชันโดยใช้ isononyl isononanoate เป็นวัฏภาคน้ำมัน น้ำปราศจากไอออนเป็นวัฏภาคน้ำ และใช้ laureth-9 ร่วมกับเอทานอลเป็นสารลดแรงตึงผิวและสารช่วยลดแรงตึงผิว โดยศึกษาสูตรตำรับผ่านแผนภาพ pseudo-ternary phase diagram เพื่อคัดเลือกองค์ประกอบที่เหมาะสมที่สุด สูตรไมโครอิมัลชันที่เหมาะสมประกอบด้วย Smix 70% อัตราส่วน laureth-9 ต่อเอทานอล 2:1 น้ำ 20% และน้ำมัน 10% โดยเมื่อนำสารสกัดเหงือกปลาหมอเข้าสู่ระบบไมโครอิมัลชัน พบว่าตำรับมีขนาดหยดเฉลี่ย 97.37 ± 2.46 นาโนเมตร มีค่า PDI 0.38 ± 0.01 ค่า zeta potential −2.16 ± 0.06 mV ค่า pH 6.20 ± 0.02 ค่าการนำไฟฟ้า 24.07 ± 0.55 mS/cm และค่าความหนืด 22.1 ± 1.5 MPa ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Hair Tonic ที่สำคัญ ตำรับไมโครอิมัลชันสารสกัดเหงือกปลาหมอมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมเท่ากับ 294.32 ± 6.44 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อกรัม และยังคงมีความเสถียรของคุณสมบัติทางกายภาพและปริมาณสารสำคัญหลังการเก็บรักษาเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ทั้งที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิห้อง และ 45 องศาเซลเซียส
งานวิจัยนี้สะท้อนถึงศักยภาพของการนำองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยมาผสานกับเทคโนโลยีระบบนำส่งสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและเวชสำอางที่มีพื้นฐานจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้สารสกัดพืชสมุนไพรในรูปแบบไมโครอิมัลชัน ซึ่งช่วยเพิ่มความเหมาะสมของตำรับ ความคงตัว และความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในอนาคต ผลจากการศึกษานี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการต่อยอดสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม สนับสนุนบทบาทของคณะการแพทย์บูรณาการในการขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงประยุกต์ สร้างองค์ความรู้ใหม่ และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืน







