
สารสกัดดาวเรืองกับศักยภาพในการปกป้องเซลล์ประสาทจากภาวะเครียดออกซิเดชัน
18/05/2026มันปูพืชพื้นถิ่นภาคใต้กับศักยภาพใหม่ด้านฤทธิ์ต้านการเกิดลิ่มเลือดและต้านอนุมูลอิสระ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรชัย เตชะเอ้ย
ในโลกของการวิจัยด้านสมุนไพร อาหารพื้นถิ่น และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ พืชผักพื้นบ้านหลายชนิดอาจมีคุณค่าทางชีวภาพที่รอการค้นพบ หนึ่งในนั้นคือ มันปู หรือ Glochidion perakense Hook.f. พืชผักพื้นถิ่นของภาคใต้ที่นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นแล้ว ยังอาจมีศักยภาพในการต่อยอดเป็นแหล่งสารธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
งานวิจัยเรื่อง “Mon-Pu (Glochidion perakense Hook.f.) as a Promising Novel Natural Source of Antithrombotic and Antioxidant Benefits” เป็นผลงานวิจัยที่มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุรชัย เตชะเอ้ย นักวิจัยของคณะการแพทย์บูรณาการ ร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านพืชพื้นถิ่นและนวัตกรรมสุขภาพ โดยมุ่งศึกษาศักยภาพของผักพื้นถิ่นภาคใต้จำนวน 6 ชนิด เพื่อประเมินฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายไฟบริน การสลายลิ่มเลือด และการต้านอนุมูลอิสระ แนวคิดสำคัญของงานวิจัยนี้เกิดจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ว่า การบริโภคผักและผลไม้ที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างสม่ำเสมอ อาจมีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพระบบไหลเวียนเลือด และอาจสัมพันธ์กับการลดปัจจัยเสี่ยงบางประการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดลิ่มเลือด อย่างไรก็ตาม ผักพื้นถิ่นจำนวนมากยังไม่เคยได้รับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านฤทธิ์สลายไฟบรินและฤทธิ์สลายลิ่มเลือด ในการศึกษานี้ นักวิจัยได้นำสารสกัดน้ำและสารสกัดเมทานอลของผักพื้นถิ่นทั้ง 6 ชนิดมาทดสอบฤทธิ์สลายไฟบรินในหลอดทดลองด้วยวิธี fibrin-agar-plate method จากนั้นคัดเลือกสารสกัดที่มีฤทธิ์เด่นไปประเมินต่อด้วยการทดสอบการสลายลิ่มเลือดจากเลือดครบส่วน หรือ whole blood clot lysis assay พร้อมทั้งประเมินฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH radical scavenging assay และวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดที่ออกฤทธิ์ด้วยเทคนิค LC-ESI-MS ผลการศึกษาพบว่า ในบรรดาผักพื้นถิ่นที่นำมาทดสอบ สารสกัดเมทานอลจากใบอ่อนของหม่นปู แสดงฤทธิ์เด่นที่สุด โดยให้ค่าพื้นที่การสลายไฟบรินเท่ากับ 20.72 ± 1.54 ตารางมิลลิเมตร ที่ความเข้มข้น 10 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตร สะท้อนถึงศักยภาพของหม่นปูในด้านฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการต้านการเกิดลิ่มเลือด เมื่อประเมินด้วยการทดสอบการสลายลิ่มเลือด พบว่าสารสกัดหม่นปูสามารถทำให้เกิดการสลายลิ่มเลือดได้ 36.52 ± 1.62% เมื่อเปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน streptokinase ซึ่งให้ผลการสลายลิ่มเลือด 65.37 ± 2.18% โดยผลดังกล่าวแสดงลักษณะการออกฤทธิ์ที่สัมพันธ์กับขนาดความเข้มข้นของสารสกัด นอกจากฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายไฟบรินและลิ่มเลือดแล้ว สารสกัดหม่นปูยังแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่น โดยมีค่า IC₅₀ เท่ากับ 3.14 ± 0.05 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับสารมาตรฐาน ascorbic acid ที่มีค่า IC₅₀ เท่ากับ 2.50 ± 0.05 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเทคนิค LC-ESI-MS พบสารสำคัญ ได้แก่ gallic acid และ quercetin ซึ่งเป็นสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ที่มีรายงานเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และอาจมีส่วนสนับสนุนฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดหม่นปูในงานวิจัยนี้
ความสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่การรายงานครั้งแรกเกี่ยวกับฤทธิ์สลายไฟบรินและฤทธิ์สลายลิ่มเลือดของสารสกัดหม่นปู ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อพืชผักพื้นถิ่นภาคใต้ในฐานะแหล่งสารธรรมชาติที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารเชิงหน้าที่ หรือ nutraceutical เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพระบบไหลเวียนเลือดในอนาคต ผลงานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนงานวิจัยของคณะการแพทย์บูรณาการ ที่มุ่งนำองค์ความรู้จากพืชพื้นถิ่นและภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่น มาศึกษาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับทรัพยากรชีวภาพของประเทศ และต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชน วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจฐานชีวภาพอย่างยั่งยืน





