
คณะการแพทย์บูรณาการ มทร.ธัญบุรี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
21/08/2026การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) สำหรับการประเมินผลลัพธ์กระบวนการด้านการแพทย์บูรณาการ

ในยุคที่ทรัพยากรด้านสุขภาพมีอย่างจำกัด การพิสูจน์คุณค่าและความคุ้มค่าของโครงการหรือบริการด้านสุขภาพจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศาสตร์การแพทย์บูรณาการ (Integrative Medicine) ที่มีลักษณะเฉพาะคือการผสมผสานองค์ความรู้จากการแพทย์แผนปัจจุบันร่วมกับการแพทย์แผนไทย แผนจีน หรือศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอื่นๆ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดูแลรักษาจึงมิได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางคลินิก (Clinical Outcome) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ ครอบครัว และชุมชนโดยรวม การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน หรือ Social Return on Investment (SROI) จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อวัดมูลค่าที่แท้จริงของโครงการหรือกระบวนการทางสุขภาพ ทั้งในมิติที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ให้ออกมาเป็นตัวเลขทางการเงินที่สามารถสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม
1. แนวคิดและความหมายของ SROI
SROI เป็นวิธีการประเมินผลที่พัฒนามาจากแนวคิดการวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ (Cost-Benefit Analysis) โดยมีจุดเด่นคือการให้ความสำคัญกับ ผลลัพธ์ (Outcome) มากกว่าผลผลิต (Output) และพยายามแปลงผลลัพธ์ทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ให้เป็นมูลค่าทางการเงินโดยใช้ตัวแทนมูลค่า (Financial Proxy) เพื่อให้สามารถคำนวณเป็นอัตราส่วนได้ ดังสูตรพื้นฐาน
SROI Ratio = มูลค่าผลลัพธ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น (Social Value Created) ÷ มูลค่าเงินลงทุน (Value of Investment)
ตัวอย่างเช่น อัตราส่วน SROI เท่ากับ 3:1 หมายความว่า การลงทุน 1 บาทในโครงการดังกล่าว สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมคิดเป็นมูลค่า 3 บาท
2. หลักการสำคัญ 7 ประการของ SROI
ตามแนวทางของ Social Value International องค์กรที่วางมาตรฐานด้าน SROI ได้กำหนดหลักการสำคัญไว้ 7 ประการ ได้แก่
- การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Involve Stakeholders) – ผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดผลลัพธ์
- ความเข้าใจในสิ่งที่เปลี่ยนแปลง (Understand What Changes) – ต้องระบุการเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นจริง
- ให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีความหมาย (Value the Things that Matter) – ใช้ตัวแทนมูลค่าทางการเงินกับผลลัพธ์ที่มีความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- นำเข้าเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้อง (Only Include What Is Material) – พิจารณาข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจ
- ไม่กล่าวอ้างเกินจริง (Do Not Over-Claim) – ต้องหักลบผลลัพธ์ส่วนที่ไม่ได้เกิดจากโครงการออก เช่น Deadweight, Attribution, Displacement
- มีความโปร่งใส (Be Transparent) – แสดงวิธีการคำนวณและข้อสมมติฐานอย่างชัดเจน
- สามารถตรวจสอบได้ (Verify the Result) – ผลการประเมินต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากบุคคลภายนอก
3. ขั้นตอนการประเมิน SROI
การดำเนินการประเมิน SROI โดยทั่วไปประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
| ขั้นตอน | รายละเอียด |
|---|---|
| 1. กำหนดขอบเขตและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | กำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมิน และระบุกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ผู้ป่วย ญาติ บุคลากร หน่วยงานต้นสังกัด |
| 2. การทำแผนที่ผลลัพธ์ (Outcome Mapping) | วิเคราะห์ Theory of Change เพื่อเชื่อมโยง Input – Activity – Output – Outcome – Impact |
| 3. พิสูจน์ผลลัพธ์และให้มูลค่า (Evidencing Outcomes and Valuing Them) | เก็บข้อมูลผลลัพธ์จริง และกำหนดตัวแทนมูลค่าทางการเงิน (Financial Proxy) |
| 4. การจัดทำผลกระทบ (Establishing Impact) | หักลบปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Deadweight, Attribution, Displacement, Drop-off |
| 5. คำนวณ SROI | รวมมูลค่าผลลัพธ์ทั้งหมด หารด้วยมูลค่าการลงทุน และคิดลดกระแสมูลค่าในอนาคต (Discount Rate) |
| 6. รายงานผล การใช้ และการฝังลงในระบบ | นำผลที่ได้ไปสื่อสาร ปรับปรุงกระบวนการ และใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย |
4. การประยุกต์ใช้ SROI กับการประเมินผลลัพธ์กระบวนการทางการแพทย์บูรณาการ
ในบริบทของคณะการแพทย์บูรณาการ SROI สามารถนำมาใช้ประเมินกระบวนการต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย อาทิ
- การประเมินคลินิกฝังเข็มหรือคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยวัดผลลัพธ์ด้านการลดค่าใช้จ่ายด้านยา การลดวันลาป่วย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- การประเมินโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness Program) เช่น โยคะ สมาธิ การแพทย์ทางเลือกเพื่อลดความเครียด โดยวัดมูลค่าจากการลดอัตราการลาป่วย เพิ่มผลิตภาพในการทำงาน
- การประเมินกระบวนการดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยตัวแทนมูลค่าอาจรวมถึงการลดภาระผู้ดูแล (Caregiver Burden) และการลดการเข้ารักษาในโรงพยาบาล
การใช้ SROI ในบริบทนี้ช่วยให้คณะสามารถแสดงให้เห็นถึง "มูลค่าที่มองไม่เห็น" ของการแพทย์บูรณาการ ซึ่งมักถูกมองข้ามในการประเมินผลแบบดั้งเดิมที่เน้นเพียงผลลัพธ์ทางคลินิกหรือต้นทุนทางการเงินโดยตรง
5. จุดแข็งและข้อจำกัดของ SROI
จุดแข็ง
- สามารถสื่อสารคุณค่าของโครงการในรูปแบบตัวเลขที่เข้าใจง่าย เหมาะกับการนำเสนอต่อผู้บริหารและแหล่งทุน
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดกระบวนการ
- ช่วยระบุผลลัพธ์เชิงลบหรือผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ (Unintended Outcomes) ได้ด้วย
ข้อจำกัด
- การกำหนดตัวแทนมูลค่าทางการเงินอาจมีความเป็นอัตวิสัย (Subjectivity) สูง
- ต้องใช้ข้อมูลระยะยาวและทรัพยากรในการเก็บข้อมูลค่อนข้างมาก
- อัตราส่วน SROI ไม่ควรถูกนำไปเปรียบเทียบข้ามโครงการที่มีบริบทแตกต่างกันโดยตรง
6. บทสรุป
SROI เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพสูงในการประเมินผลลัพธ์ของกระบวนการด้านการแพทย์บูรณาการ เนื่องจากสามารถจับความหลากหลายของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ให้ออกมาในรูปแบบที่วัดผลได้และสื่อสารได้ชัดเจน การนำ SROI มาใช้อย่างเป็นระบบและโปร่งใสจะช่วยสนับสนุนให้คณะการแพทย์บูรณาการสามารถแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงคุณค่าของบริการและโครงการที่ดำเนินการ อันจะนำไปสู่การพัฒนานโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
- Nicholls, J., Lawlor, E., Neitzert, E., & Goodspeed, T. (2012). A guide to Social Return on Investment. The SROI Network.
- Social Value International. (2019). Standards for Social Value. London: Social Value International.
- สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. (2560). แนวทางการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI). กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.
ทดลองประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน
เครื่องมือคำนวณ Social Return on Investment (SROI) เบื้องต้น สำหรับโครงการ บริการสุขภาพ และกระบวนการด้านการแพทย์บูรณาการ
| ผลลัพธ์ | จำนวน | มูลค่าต่อหน่วย | Deadweight | Attribution | Displacement |
|---|
บทความโดย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชระ ดำจุติ, รองคณบดี ฝ่ายบริหารและวางแผน







