
SROI กับการศึกษา: มองคุณค่าการเรียนรู้สู่ผลลัพธ์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคม
26/06/2026นักวิจัย มทร.ธัญบุรี คว้ารางวัล Silver Award จากเวที Thailand Research Expo 2026





“วังส้มซ่าโมเดล” ต้นแบบนวัตกรรมฐานชีวภาพ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.ไฉน น้อยแสง นักวิจัยคณะการแพทย์บูรณาการ เจ้าของผลงาน “วังส้มซ่าโมเดล: การเปลี่ยนผ่านวิสาหกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพระดับสูง” ที่ได้รับรางวัล Silver Award พร้อมถ้วยรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเงินรางวัล 70,000 บาท ให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในงาน Thailand Research Expo 2026
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์บูรณาการ สมุนไพร และนวัตกรรมฐานชีวภาพ ไปยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรท้องถิ่น และพัฒนาเป็นต้นแบบการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน
วังส้มซ่าโมเดล: จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ Bio-Innovation Impact
“วังส้มซ่าโมเดล” เป็นผลงานที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านวิสาหกิจชุมชนผ่านการใช้ นวัตกรรมฐานชีวภาพระดับสูง โดยนำทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาชุมชนมาต่อยอดด้วยกระบวนการวิจัย เทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สร้างรายได้ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
ผลงานดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือสร้างนวัตกรรมในเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการทำงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับ “คน ชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม” อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างอาชีพ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน และการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างรู้คุณค่า
เชื่อมโยง SROI: งานวิจัยที่ไม่ได้วัดเพียงผลผลิต แต่วัด “คุณค่าที่เกิดขึ้นจริง”
หนึ่งในประเด็นสำคัญของผลงาน “วังส้มซ่าโมเดล” คือการสะท้อนแนวคิดเรื่อง Social Return on Investment หรือ SROI ซึ่งเป็นการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน โดยมองมากกว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจหรือรายได้ที่เกิดขึ้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ
ในมุมของ SROI ผลงานนี้สามารถสะท้อนคุณค่าที่สำคัญ ได้แก่
1. คุณค่าทางเศรษฐกิจ
การเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรท้องถิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และการสร้างโอกาสทางการตลาด ส่งผลให้ชุมชนมีศักยภาพในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น
2. คุณค่าทางสังคม
การถ่ายทอดองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชนช่วยยกระดับทักษะของสมาชิกวิสาหกิจชุมชน ทั้งด้านการผลิต การควบคุมคุณภาพ การสร้างมาตรฐาน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และมีความมั่นใจในการพัฒนาต่อยอดด้วยตนเอง
3. คุณค่าทางสิ่งแวดล้อม
การใช้ทรัพยากรฐานชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดการสูญเสียทรัพยากร และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4. คุณค่าด้านความยั่งยืนของชุมชน
ผลงานนี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน
ดังนั้น “วังส้มซ่าโมเดล” จึงเป็นตัวอย่างของงานวิจัยที่สามารถอธิบายผลกระทบได้ในเชิงรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการสร้างผลงานวิชาการ แต่เป็นการสร้าง “คุณค่ารวม” ที่กลับคืนสู่ชุมชนและสังคม
เชื่อมโยง SDGs: งานวิจัยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ผลงาน “วังส้มซ่าโมเดล” ยังมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals: SDGs หลายประเด็น โดยเฉพาะเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน นวัตกรรม การผลิตอย่างยั่งยืน และการสร้างความร่วมมือ
SDG 3: Good Health and Well-being
การพัฒนานวัตกรรมจากทรัพยากรชีวภาพและองค์ความรู้ด้านสุขภาพ สะท้อนบทบาทของคณะการแพทย์บูรณาการในการส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนผ่านการวิจัยและการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรหรือทรัพยากรท้องถิ่น
SDG 8: Decent Work and Economic Growth
การยกระดับวิสาหกิจชุมชนช่วยส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure
การนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
SDG 12: Responsible Consumption and Production
การใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ
SDG 17: Partnerships for the Goals
ความสำเร็จของผลงานนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย นักวิจัย ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนงานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์จริงในพื้นที่
บทบาทของคณะการแพทย์บูรณาการ: ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่ Impact
คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์สังคม โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์บูรณาการ วิทยาศาสตร์สุขภาพ สมุนไพร นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
ผลงาน “วังส้มซ่าโมเดล” จึงสะท้อนแนวทางการทำงานของคณะที่มุ่งสร้างงานวิจัยที่มีคุณค่ามากกว่าการตีพิมพ์หรือการแข่งขัน แต่เป็นงานวิจัยที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน สังคม และประเทศ โดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยและชุมชน
รางวัล Silver Award จากเวที Thailand Research Expo 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคณะการแพทย์บูรณาการ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ตอกย้ำศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างผลงานที่มีคุณภาพ มีผลกระทบเชิงบวก และสามารถยกระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม คณะการแพทย์บูรณาการขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.ไฉน น้อยแสง และทีมงานทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนผลงานนี้จนประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะที่ยั่งยืนต่อไป
คณะการแพทย์บูรณาการ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
“บูรณาการภูมิปัญญา สร้างนวัตกรรมสุขภาพเพื่อสังคม”







